เต้นมันส์ วิ่งก็แรง - รีวิว MSN (^_^) ver. Siam☆Dream ใน Lodi X Next Idol กับการ "ฟังตอนวิ่ง"
- พงษธร จูงใจ
- May 14, 2021
- 3 min read
**บล็อกนี้ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากใคร หรือค่ายเพลงไหนทั้งสิ้น เขียนเองเลย (แต่ถ้าอยากให้ลง ติดต่อ heispongsatorn97@yahoo.com นะครับ)**

"เพลงเราเต้นแรงได้ขนาดนี้เลยหรอ😂🤣"
แก้ว จริญญา ศิริมงคลสกุล หนึ่งในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังในอดีต อย่าง เฟย์ ฟาง แก้ว กล่าวไว้ในแชท หลังจากเห็นโชว์เพลง MSN (^_^) Ver. Siam☆Dream ในรายการ Lodi X Next Idol ตอนที่ 11

ขอบคุณเจ้าของภาพ ซึ่งผมไม่ทราบแหล่งที่มาที่ชัดเจนว่าเป็นใครที่ได้คุยกับพี่แก้ว(หนึ่งในสามสมาชิก เฟย์ ฟาง แก้วนะครับ) กราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย แต่นน Nitedgags Production เป็นคนส่งมาให้ผมอีกที
รับฟังเวอร์ชั่นเสียง(ผมเล่าเองเหมือนเดิม) ได้ด้านล่างนี้เลย
(แนะนำว่า เปิดแล้วอ่านตามไปด้วยจะดีเป็นพิเศษ)
เปิดมาวันนี้ครับ ผมก็นึกขึ้นได้ว่าอยากจะทำ อยากเขียนมากๆ ว่าผลเป็นอย่างไร ตอนแรกผมจะนำลงใน Instagram แต่ขี้เกียจมากๆ เลยยังไม่ได้นำมาลง ฮาๆ
สำหรับผม ถ้าถามว่าโชว์ที่ชอบที่สุด ของรอบ 3STAND(Semifinals) ของ Lodi X Next Idol จาก 10 โชว์ คือโชว์ไหน
ผมก็จะตอบไปอย่างไม่ยากเย็น ว่าโชว์นั้นคือ โชว์เพลง MSN (^_^) ของวง Siam☆Dream วงที่ได้ Debut ก่อนใคร ใน 20 วงที่เข้าร่วมแข่งขัน Lodi X Next Idol(Siam Dream เดบิวต์เมื่อเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2561) แต่ตกรอบแบบที่ผมก็เหวอเช่นกัน
เนื่องด้วยผมเป็นคนที่ชอบวิ่งด้วย พอได้ลองนำไปวิ่ง ปรากฏว่าได้ผลดี เลยชื่นชอบเป็นพิเศษ(ถูกชะตาตั้งแต่เห็นตัวอย่างของ Group 2(ที่มี i-Mi/Daisy Daisy/SiamDream และ FEVER อยู่ในกลุ่มนี้) ซึ่งโผล่ท้าย EP9 ของรายการแล้ว มั่นใจว่าเอามาใช้ฟังตอนวิ่งได้ และก็ได้ผลจริงๆ)
วันนี้ครับ ผมจะมารีวิวว่า เมื่อผมได้ลองนำเพลง MSN Version ของวง Siam☆Dream ไปฟังในตอนวิ่ง ผลลัพธ์ที่ออกมา เป็นอย่างไร
ต้องเล่ากันก่อนครับ รอบ Semifinals ของ Lodi X Next Idol มีเพลงที่ใช้แข่งขัน 11 เพลง และเป็นเพลงของค่ายกามิกาเซ่ ถึง 5 เพลงเลยครับ กามิกาเซ่คืออะไร
กามิกาเซ่ เป็นค่ายเพลงของอาร์เอส ที่เกิดจากความตั้งใจของพี่ชมพู สุทธิพงษ์ วัฒนจัง(ชมพู ฟรุ๊ตตี้) กับพี่เอฟู ดร.ณรงค์ศักดิ์ ศรีบรรฎาศักดิ์วัชรากรณ์ (ปัจจุบัน เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับเพลงต่างๆ ของ RedSpin) ตั้งใจจะทำขึ้นมาพื่อเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่น ก่อนวัยรุ่น และทุกวัย โดยเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2550 และมีศิลปินในสังกัด ในยุคแรกของค่าย 22 คน ตัวอบ่างที่น่าจะคุ้นชื่อกันบ้าง ก็เช่น โฟร์ มด/ขนมจีน กุลมาศ/หวาย ปัญญริสา เป็นต้น เฟย์ ฟาง แก้ว ก็เป็นศิลปินในยุคก่อตั้งของกามิกาเซ่ด้วยเช่นกันครับ
จากนั้นก็ทำเพลงมาเรื่อยๆ มีโปรเจคพิเศษ/คอนเสิร์ตต่างๆ ออกมา และปิดตัวไปเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560
แต่เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 กามิกาเซ่ ก็ได้ถือกำเนิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยมีศิลปินชาย และหญิง อย่างละ 2 คน และ เป็นศิลปินเดี่ยวทั้งหมดครับ (เกรซซี่/อัตเตอร์/เฟรช และเก่ง)
ทีนี้ หนึ่งในเพลงที่ฮิต ของเฟย์ ฟาง แก้ว ก็คือ MSN (^_^) เรียกได้ว่า เพลงนี้ เป็นหนึ่งในบันทึกทางประวัติศาสตร์ของโลกอินเทอร์เน็ตอย่างมาก น้องๆ ที่เกิดหลังปี 2550 มา น่าจะสงสัยว่า MSN คืออะไร
MSN ย่อมาจาก Microsoft Network เป็นบริการทางอินเทอร์เน็ต โดยไมโครซอฟต์ ให้บริการมาหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2538(1995) ปัจจุบันยังมีอยู่(เช่น เว็บข่าว/การเงิน/พยากรณ์อากาศ เป็นต้น)
และหนึ่งในบริการที่ฮิตมากๆ ในยุคหนึ่ง ก็คือ Windows Live Messenger หรือชื่อเดิมคือ MSN Messenger นั่นเองครับ บริการนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2542(1999) เป็นโปรแกรมแชทอีกหน่งโปรแกรมที่ฮิตมากในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง(ฮิตไม่แพ้กับพวก ICQ/PIRCH(อ่านว่า เพิร์ช) เลย) ชนิดที่เคยมีรายการการ์ตูนเด็ก เปิดให้เราสามารถแชทหาพี่พิธีกรได้หลังจบรายการ มีเวลาให้ 1 ชั่วโมง(ยังจำชื่อรายการที่มีแบบนี้ได้เลย รายการนั้นชื่อว่า Toon Boon Family ช่อง 9)
ซึ่งยุคนั้น เป็นยุคที่เราต้องรอต่ออินเทอร์เน็ตบ้าน ที่มีความช้ามากๆ และต้องซื้อเป็นรายชั่วโมง แถมมีเสียงอันเป้นเอกลักษณ์ด้วยครับ (ยุคนี้แค่เสียบปลั๊กโมเด็ม รอแปป ใช้ได้เหมือนกัน แต่แรงกว่าหลายร้อยเท่าพันทวี และจ่ายเป็นรายเดือน)
และนี่คือเสียงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในยุคดังกล่าวครับ เผื่อน้องๆ ยุคหลัง 2550 มา จะไม่รู้จักกว่า ยุคนั้น เสียงการต่ออินเทอร์เน็ต หน้าตาเป็นอย่างไร (ไม่ต้องห่วง พี่เพชรเกิดทัน และผ่านยุคนี้มาแล้วนะ)
ผู้ใช้ในไทย ก็จะฮิตเรียก Windows Live Messenger ตามชื่อเก่า นั่นก็คือ "เอ็มเอสเอ็น" หรือ "เอ็ม"(ไม่ใช่เอ็มอาร์ทีที่ปลอดภัยในขบวนรถนะ ฮาๆ)
ซึ่งในปี 2550 นั้น เจ้า Windows Live Messenger หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าเอ็มเอสเอ็น หรือเอ็ม เนี่ย ก็อยู่ในช่วงที่ฮิตมากๆ จนเฟย์ ฟาง แก้ว เอามาร้องเป็นเพลงเลยครับ
เวลาผ่านไป 14 ปีครับ วงไอดอลจากค่าย Siamdol อย่าง Siam☆Dream ก็นำเพลงนี้มาใช้ในการแข่งขัน รอบ Semifinals ของรายการ Lodi X Next Idol ซึ่งเราจะไม่ขอเล่าประวัติวงว่ายังไงนะครับ ไปหากันเอาเองครับ คนอื่นน่าจะเล่ากันไปหมดแล้ว แต่จะสรุปเส้นทางคร่าวๆ ว่าเป็นอย่างไรใน Lodi X Next Idol
ในรอบ Battle Audition ครับ Siam☆Dream ชนะวง Melt Mallow ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์ ซึ่งในรอบดังกล่าว พวกเธอแสดงด้วยเพลง Long Distance ครับ

Courtesy of Workpoint
จากนั้น รอบ 3STAND พวกเธอก็มาแข่งขันในเพลง MSN (^_^) ของเฟย์ ฟาง แก้ว ซึ่งมีการนำมาเรียบเรียงใหม่ จากเพลงต้นฉบัน ที่มีความเร็วปานกลาง และเป็น T-POP กลายเป็นเพลงเร็วในรูปแบบ J-POP/J-ROCK(ซึ่งเป็นสไตล์เพลงที่พวกเธอถนัด และใช้มาแทบจะตลอดกับเพลงของวง) ด้วยฝีมือของทีมงาน Scarlette Corp. ผู้อยู่เบื้องหลังซิงเกิลล่าสุดของ Siam☆Dream อย่าง Wallflower หรือแม้กระทั่ง Splash! ซิงเกิลที่ 4 ของวง ShiningStars ก็เป็นทีม Scarlette Corp. นี่แหละ ที่ทำดนตรีให้กับเพลงดังกล่าวด้วย

ข้อความจากทวิตเตอร์ของ ไอซ์ สมาชิกวง SiamDream @ice_siamdream ที่ได้โพสต์บันทึก ขอบคุณแฟนๆ วงที่ให้กำลังใจ หลังจบการแข่งขัน (ฟังเวอร์ชั่นที่นนอ่านข้อความนี้ได้ที่นี่)
ซึ่งผลเป็นอย่างไร มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ผมไม่ขอเล่า แต่ขอเชิญไปชมแทนครับ
**เนื่องด้วยลิขสิทธิ์ของเพลงจากค่าย RS ซึ่งทำให้ไม่มีการนำลงในช่อง Youtube ของ Workpointofficial (ทุกรายการที่มีการใช้เพลงของ RS จะไม่ลงไฮไลต์แยกนะครับ ต้องดูในเทปเต็ม หรือแบบแยกพาร์ทเท่านั้น) ทำให้ไม่มีวิดีโอแยกของเพลงนี้(แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการลงแล้วก็ตาม แต่ก็ลบไปหลังจากนั้นไม่นาน) เราจึงนำพาร์ทที่มีการแสดงนี้มาให้ชมแทนครับ**
แม้ว่า Siam☆Dream จะไม่เข้ารอบชิงชนะเลิศ(และตกรอบแบบที่ผมก็งงแบบสุดๆ เพราะส่วนตัวนะ ผมคิดว่า ดว้ยประสบการณ์ของวงที่เดบิวต์ก่อนใครในบรรดาวงที่แข่ง Lodi X ด้วยกันเนี่ย Siam☆Dream เอง น่าจะไปลุ้น 3STAND ได้ด้วยซ้ำไป แต่คะแนนกรรมการ คือทำผมช็อกมาก แบบว่า @#%(คำไม่สุภาพ เซ็นเซอร์โดย MynameisPongsatorn)อะไรวะเนี่ย) แต่เพลง MSN เวอร์ชั่นนี้ ผมกลับสนใจ(ถูกชะตาตั้งแต่เห็นใน Teaser แล้ว เนื่องจากความรู้สึกที่ว่า BPM หรือจำนวนครั้งต่อนาที ของเพลงนี้ น่าจะมากเพียงพอที่จะนำไปฟังในตอนออกกำลังกาย หรือวิ่งได้) จนทำให้ผม ต้องลองนำไปลองฟังตอนวิ่งครับ

Instagram Story ที่ผมได้แท็กสมาชิกของวง Siam☆Dream และพี่ๆ เฟย์ ฟาง แก้ว ทั้ง 3 คน กับการประกาศว่าจะนำมาใช้ฟังตอนวิ่ง(ตอนนั้น ยังมีวิดีโอแยกอยู่ ต่อมาก็ลบออกไป)

จากนั้น พี่แฟนนี่(สีประจำตัว สีม่วง) หนึ่งในสมาชิกของวง Siam☆Dream ก็รีสตอรี่ของผมไป พร้อมข้อความว่า "วิ่งมันส์แน่นอน พวกเราก็วิ่งบนเวที🤣" และก็ "วิ่งมันส์อย่างที่พี่แฟนนี่พูดจริงๆ" ครับ
คอสตาส ไอ. คาราจิโอจิส (Costas I. Karageorghis) เคยได้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า Applying Music in Exercise and Sport (การใช้ดนตรีในการออกกำลังกายและเล่นกีฬา) โดยที่ได้แนะนำเพลง 10 เพลงสากลที่เหมาะแก่การนำไปออกกำลังกาย,เล่นกีฬา(ซึ่งเป็นเพลงสากลภาษาอังกฤษทั้งหมด) โดยที่เพลง จะมีผลถึง 10% ในการปลุกเราให้อยากออกกำลังกาย ซึ่งพี่โทนคุง เคยเล่าใน Mainstand ด้วย และผมเคยดูพอดี เลยทำให้ผมนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ครับ
หนึ่งในเพลงที่แนะนำ คือ Naughty Boy ft. Beyoncé, Arrow Benjamin - Runnin' (Lose It All) ซึ่งผมเคยได้ลองนำไปใช้ฟังจริงๆ แล้ว ได้ผลดีด้วย(แถมตัวเพลง ก็มีจังหวะเหมาะด้วย คือ 140BPM หรือ จำนวนครั้งต่อนาที) และดีมากๆ พอขึ้นท่อนฮุค ความฮึกเหิมในการปล่อยพลังวิ่งก็ออกมาแบบเต็มสูบ วิ่งเต็มแรงเลยครับ
ทีนี้ มาถึง MSN บ้างครับ ในครั้งแรกที่ได้ลอง ก็คือ วันรุ่งขึ้น หลังจากที่ดูเทปดังกล่าวจบเลย(26 มกราคม 2564 ซึ่งรายการออกอากาศ 25 มกราคม 2564)
โดยเช้าวันนั้น ผมได้ลองฟังเพลง MSN Ver. Siam☆Dream ทั้งหมด 2 ครั้ง และ 2 ครั้งนั้น เป็นการฟังวนติดต่อกัน พร้อมออกแรงวิ่งในขณะฟังไปด้วย โดยผลลัพธ์ที่ได้ จบที่การเต้นของหัวใจ 159 ครั้งต่อนาที(BPM)

หลักฐานยืนยันการทดสอบในครั้งแรกครับ
หลายเดือนต่อมา ผมเลยทำการทดสอบแบบจริงจัง โดยคราวนี้ มีเงื่อนไขที่ผมตั้งขึ้นมาว่า
วิ่ง 3 กิโลเมตร โดยห้ามเดิน แต่วิ่งเบาได้ ถ้ารู้สึกว่าเหนื่อย(พยายามรักษา PACE ไม่ให้เกิน 8 นาที)
ตลอดการวิ่ง ต้องเปิดเพลง MSN Ver. Siam☆Dream เพียงเพลงเดียวเท่านั้น
เนื่องจากเป็นการเปิดจากคลาวด์(พอดีผมเซฟเวอร์ชั่นที่ตัดแยกได้ก่อนที่จะมีการลบไป ทำให้ผมไม่ต้องไปตัดจากเทปเต็ม และลงไว้ในคลาวด์ส่วนตัว) ไม่ได้ดาวน์โหลดมาไว้ในเครื่องล่วงหน้า แถมอินเทอร์เน็ตที่ผมใช้ ก็ไม่ได้เร็วมากมายในการฟังตลอดทั้งการวิ่ง(ใช้เป็นอินเทอร์เน็ตมือถือ ความเร็ว 1Mbps ราย 6 เดือน) ทำให้มีสะดุดอยู่บ้าง เงื่อนไขนี้เลยเกิดขึ้นมา นั่นคือ ถ้าเพลงสะดุด "ห้ามหยุดวิ่งเด็ดขาด"
และผลลัพธ์ที่ได้ออกมา นั่นก็คือ...
ผมวิ่งเป็นเวลา 20 นาทีถ้วน ระยะทาง 3.1 กิโลเมตร PACE 6.26 นาทีต่อกิโลเมตร
และอัตราการเต้นของหัวใจ คือ...

อัตราการเต้นหัวใจเฉลี่ย อยู่ที่ 158 ครั้งต่อนาที(BPM) และอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด คือ 182 ครั้งต่อนาที(BPM) ซึ่งแทบจะเข้าใกล้ Maximum Heart Rate ของผมด้วย
แถมโซนอัตราการเต้นหัวใจ อยู่ในโซนแอนแอโรบิค(Anaerobic หรืออ่านว่า อนาโรบิค) หรือ โซน 4 นานถึง 13 นาที(ไปขั้นสูงสุด ถึง 2 นาที)
แม้ว่าผลที่ออกมาจะดีแค่ไหน แต่เนื่องจากผมยังไม่ค่อยพอใจในการทดลองนี้ เนื่องจากปัญหา และอุปสรรคของอินเทอร์เน็ต(ซึ่งสตรีมจากคลาวด์ส่วนตัว ไม่ใช่การบันทึกไว้ในเครื่อง)
ทำให้ผมต้องทดลองอย่างจริงจังอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เงื่อนไขแตกต่างไปจากรอบที่แล้ว คือ
การวิ่งครั้งนี้ จะไม่ใส่หน้ากากอนามัย(ขออภัยด้วย แต่ถ้าใส่ หายใจไม่ทัน รับคาร์บอนไดออกไซด์ไปเต็มๆ แต่ถึงยังไง ก็ต้องรักษาระยะห่างจากคนอื่นด้วย)
มีการเดินวอร์มอัพก่อนประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก่อนเริ่มวิ่ง(ซึ่งฟังเพลงนี้เป็นหลักในการวอร์ม)
วิ่งเพียง 1 กิโลเมตร
แต่ต้องออกแรงวิ่งให้มากที่สุด และเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ตลอดการวิ่ง ต้องเปิดเพลง MSN Ver. Siam☆Dream เพียงเพลงเดียวเท่านั้น
จากข้อ 4. เพื่อลบข้อผลิดพลาดจากรอบที่แล้ว ให้ทำการแปลงไฟล์ เป็นรูปแบบไฟล์เสียงแบบ MP3 ลงในมือถือที่ใช้ฟัง
ถ้ามีสุนัขมาตามจะกัด อนุญาตให้เบาแรงลงได้ แต่พอผ่านสุนัขไปได้ ให้ออกแรงให้มากที่สุดเพื่อชดเชย

ยืนยันว่าเปิดเพลง MSN ของ Siam☆Dream จริงนะครับ(ถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 9 และคอนโทรลเพลง ใน Samsung Galaxy Watch Active 1st Generation)
และผลลัพธ์ที่ออกมาในรอบนี้ จากการอัดเต็มสูบ ก็คือ....
1 กิโลเมตรเป๊ะ กับ PACE 5.38 นาทีต่อกิโลเมตร(ระยะ 1 กิโลเมตรที่เร็วที่สุดเท่าที่ผมเคยบันทึกข้อมูลมา)
ส่วนข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ อัตราการเต้นของหัวใจ ก็ตามด้านล่างครับ
(หมายเหตุ - ตัวเลขใน Strava กับใน Samsung Health จะไม่ตรงกันในบางจุดนะครับ)


ถึงแม้จะวิ่งแค่ 1 กิโลเมตร แต่พอใส่เต็มสูบ พร้อมเพลง MSN ของ Siam☆Dream ที่อยู่ในหู อัตราการเต้นของหัวใจเฉลี่ย รอบนี้สูงกว่า(เพราะวิ่งระยะน้อยกว่า) แต่อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด รอบนี้สูงกว่ารอบที่แล้วนิดนึง (รอบที่แล้ว 182BPM รอบนี้ 183BPM)
จากการที่ผมได้ลองแล้ว แสดงว่า "ใช้ได้จริง และดีด้วย" ครับ นอกจากนี้ เชื่อว่า ใช้ในการปั่นจักรยานก็ได้ด้วยเช่นเดียวกัน เชื่อว่า ถ้าทุกอย่างไหลลื่นกว่านี้ ผลลัพธ์น่าจะได้สูงกว่านี้อีกนิดนึง(เพราะว่าการเต้นหัวใจ ถ้าอยู่ในขั้นสูงสุด ก็อันตรายมากๆ ในการออกกำลังกายนะครับ)
ดังนั้น ใคร หรือแฟนๆ ของ Siam☆Dream ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ก็ขอแนะนำให้ลองดูครับ(ลองตัดจากเทป แล้วเซฟไว้ในเครื่องที่ใช้ฟังออกกำลังกายเป็นประจำดูนะครับ)
หรือ ถ้าขี้เกียจตัดก็ไม่เป็นไร เพราะจริงๆ แล้ว เพลงของ Siam☆Dream/Euphonie☆ หรือวงอื่นๆ ใน Siamdol ส่วนใหญ่ (น่าจะทั้งหมดของค่ายเลยด้วยซ้ำ) เปิดฟังตอนวิ่งได้นะครับ(ด้วยแนวของเพลง ที่เป็น J-POP/J-ROCK ที่เร็วอยู่แล้ว ฟังตอนวิ่งก็ได้ผลดีไม่แพ้กัน) โดยเฉพาะ Wallflower เพลงใหม่ของ Siam☆Dream อันนี้แนะนำ ได้ผลอย่างดีเลย ไม่เชื่อก็ดูสิครับ
ป.ล. แถมนิดหน่อย ผมแอบพูดเล่นๆ(แต่ก็อยากให้เป็นจริงนะ ถ้ามีงบ) ใน LIVE ที่ผมรีวิวทันทีหลังจบกับนน ในตอนที่ 11 ว่า "ถ้าพี่อยู่ใน Siamdol พี่จะรีบเจรจากับ RS ซื้อมาทำเป็นเพลงตัวเองเลย(เรียนตามตรง คือเร้าใจมากๆ เพลงนี้ประทับใจจริงๆ จนเป็นแรงบันดาลใจที่ต้องมาเขียนบล็อกนี้ครับ)"
อ้างอิง




Comments